ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
โครงการเลี้ยงสัตว์ปีก
โครงการเลี้ยงไก่

ประวัติความเป็นมา

ในอดีตการเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทย มีการเลี้ยงตามบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกินเนื้อกินไข่ คือ การเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติให้ไก่อาศัยตามใต้ถุนบ้าน ชายคา โรงนา และต้นไม้ พันธุ์ไก่ที่เลี้ยงจะเป็นไก่พันธุ์พื้นเมือง เช่น ไก่แจ้ ไก่อู และไก่ตะเภา เป็นต้น

ต่อมาในปี พ.ศ.2492 ได้สั่งไก่พันธุ์โร๊ดไอส์แลนด์แดง จากประเทศสหรัฐอเมริกาและพันธุ์ออสตราล็อปจากประเทศออสเตรเลีย เข้ามาทดลองเลี้ยงและส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงเป็นอาชีพ รวมทั้งได้สั่งไก่พันธุ์อื่นๆ เข้ามาเลี้ยง เช่น พันธุ์บาร์พลีมัทร็อค พันธุ์นิวแฮมเชียร์ เป็นต้น และในปี พ.ศ.2489 นี้เองเป็นปีที่มีการตื่นตัวในการเลี้ยงไก่อย่างมาก เนื่องจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นและ จอมพลผิน ชุณหวัณ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและประธานกรรมการการส่งเสริมปศุสัตว์แห่งชาติ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงไก่เป็นอย่างมาก
ต่อมาในราวปี พ.ศ.2494-2495 ได้มีการเลี้ยงไก่ลูกผสม เพื่อให้ได้ไข่ดกและทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศของเมืองไทย เชน พันธุ์ออสตราไวท์โร๊ดบาร์ เป็นต้น นอกจากนี้องค์การอาหารและเกษตรขององค์การสหประชาชาติยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่และโรคไก่เข้ามาช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่
ในประเทศไทย อีกทั้งกรมปศุสัตว์ได้ทำการศึกษา ทดลอง และผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ในการเลี้ยงไก่ไข่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การเลี้ยงไก่ไข่เริ่มเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น กลายเป็นอาชีพที่สำคัญของคนไทยในปัจจุบัน

1. หลักการและเหตุผล

การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ ถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจเนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างโครงต่อเนื่อง ตลอดทั้งปีในประเทศไทยไข่ไก่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วประเทศไม่ว่าเป็นร้านค้าที่สั่งซื้อไข่ไก่นำไปทำอาหารเพราะว่าไข่ไก่ได้ถือว่าอยู่ในอาหาร 5 หมู่ การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่เพื่อที่จะเป็นองค์ความรู้สำหรับนักเรียน ในการศึกษาและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และมีทักษะในวิชาชีพ

2. เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แก่การพัฒนาตนเอง ครอบครัวและสังคม

3. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพที่สร้างรายได้

บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หลักความพอประมาณ

- จัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงงบประมาณรายจ่าย รู้จักประหยัด และให้เกิดผลคุ้มค่าที่สุด

- จัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อการเรียน เป็นต้น

หลักการมีเหตุผล

- การเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

- การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพโดยสอดแทรกบูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

หลักภูมิคุ้มกัน

- การจัดกิจกรรมโดยประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถป้องกันความเสี่ยงและความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

เงื่อนไขความรู้

- นักเรียนมีความรู้ด้านอาชีพ

- นักเรียนมีความรู้ด้านอาชีพ สามารถนำไก่พันธุ์ไข่ไปขายได้แล้วยังได้เงินมาใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวันได้

- นักเรียนเกิดทักษะในการบริหารจัดการ และการทำงานเพื่อส่วนรวม

เงื่อนไขคุณธรรม

- นักเรียนร่วมกิจกรรมอย่างสนใจ

- นักเรียนมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความมานะ อดทน ขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้

- นักเรียนมีความสามัคคีในหมู่คณะ มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม มีใจโอบอ้อมอารี เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

- ผู้รับผิดชอบจัดโครงการอย่างสร้างสรรค์ และเต็มความสามารถ

ลงสู่ ความสมดุล 4 มิติ คือ

1. เศรษฐกิจ – มีการวางแผนดำเนินการตามกิจกรรมโดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่ประหยัด และคุ้มค่าที่สุด

2. สังคม – สังคมไทยดำรงอยู่บนพื้นฐานของความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

3. วัฒนธรรม - เอกลักษณ์วิถีเกษตรกรรมของไทยจะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน

4 สิ่งแวดล้อม – เกิดความรัก และร่วมกันหวงแหนทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

รูปกิจกรรม